• Welcome to ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บ SEO SMF PBN.
 


Item No.📌 C83C6 ExpertSoil | รากฐานในงานวิศวกรรม: คุณลักษณะแล้วก็จุดเด่นข้อเสีย

Started by Chanapot, Jan 05, 2026, 08:18 PM

Previous topic - Next topic

Chanapot

โครงสร้างรองรับ (Foundation) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดขององค์ประกอบ ด้วยเหตุว่าเป็นส่วนที่ช่วยรองรับน้ำหนักแล้วก็ถ่ายโอนแรงทั้งสิ้นจากส่วนประกอบข้างบนสู่ชั้นดินหรือชั้นหินข้างล่าง การเลือกชนิดของฐานรากที่เหมาะสมกับลักษณะองค์ประกอบและก็ภาวะดินเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยทำให้องค์ประกอบมีความยั่งยืนมั่นคงและปลอดภัย ในบทความนี้ พวกเราจะมาเจาะลึกถึงจำพวกของรากฐาน คุณสมบัติ ข้อดี และจุดบกพร่องของแต่ละชนิด เพื่อช่วยทำให้รู้เรื่องและเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะควร



🦖🥇🛒จำพวกของโครงสร้างรองรับ

รากฐานสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลักหมายถึงรากฐานตื้น (Shallow Foundation) แล้วก็รากฐานลึก (Deep Foundation) โดยทั้งสองประเภทมีความต่างกันในด้านของส่วนประกอบ การออกแบบ แล้วก็การประยุกต์ใช้

1. โครงสร้างรองรับตื้น (Shallow Foundation)
รากฐานตื้นเป็นโครงสร้างรองรับที่วางอยู่ใกล้กับผิวดิน และเหมาะสำหรับองค์ประกอบที่น้ำหนักไม่มากหรือสภาพดินมีความแข็งแรงพอเพียง โครงสร้างรองรับประเภทนี้ได้รับความนิยมใช้ในองค์ประกอบทั่วๆไป อย่างเช่น ที่อยู่อาศัย ตึกขนาดเล็ก แล้วก็งานก่อสร้างที่ไม่ซับซ้อน

-------------------------------------------------------------
บริการ Soil Test | บริษัท เอ็กซ์เพิร์ท ซอยล์ เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
บริษัท Boring Test บริการ Boring Test วิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติทางด้านวิศวกรรม ทดสอบเสาเข็ม (Seismic Test)

👉 Tel: 064 702 4996
👉 Line ID: @exesoil
👉 Facebook: https://www.facebook.com/exesoiltest/
👉 Youtube: https://www.youtube.com/@%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99
👉 Map: https://maps.app.goo.gl/BmGZWQmdayF2oEgC7
👉 Web: https://groups.google.com/g/soilboringtest/c/KnAVVRjlWxY
-------------------------------------------------------------

ตัวอย่างของรากฐานตื้น
-โครงสร้างรองรับแผ่ (Spread Footing): เป็นรากฐานที่มีการกระจายน้ำหนักของโครงสร้างในพื้นที่กว้าง เหมาะกับอาคารที่มีคานแล้วก็เสาสร้างบนผิวที่แข็งแรง
-รากฐานแถบ (Strip Footing): ใช้สำหรับรองรับกำแพงที่มีน้ำหนักเบาหรือส่วนประกอบที่มีลักษณะเป็นแถวยาว
-รากฐานแผ่น (Mat Foundation): ใช้สำหรับส่วนประกอบที่ปรารถนากระจายน้ำหนักในพื้นที่ขนาดใหญ่ ได้แก่ อาคารสูงในพื้นที่ดินอ่อน

ข้อดีของรากฐานตื้น
-ใช้งบประมาณน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับโครงสร้างรองรับลึก
-ก่อสร้างได้ง่ายและก็รวดเร็ว
-เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ดินมีความแข็งแรง

ข้อผิดพลาดของรากฐานตื้น
-ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ดินอ่อนหรือดินที่มีการเปลี่ยนสภาพ
-ไม่สามารถรองรับส่วนประกอบที่มีน้ำหนักมากมายได้

2. ฐานรากลึก (Deep Foundation)
รากฐานลึกถูกออกแบบมาเพื่อกระจายน้ำหนักของส่วนประกอบไปยังชั้นดินหรือชั้นหินที่มีความแข็งแรงอยู่ลึกใต้พื้นผิว เหมาะกับโครงสร้างขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่ดินมีความอ่อนตัวสูง

แบบอย่างของรากฐานลึก
-เสาเข็มตอก (Driven Pile): เป็นเสาเข็มที่ถูกตอกลงดินเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เหมาะสำหรับองค์ประกอบขนาดใหญ่
-เสาเข็มเจาะ (Bored Pile): เป็นเสาเข็มที่เจาะดินและเทคอนกรีตลงไป เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่อาจจะใช้เสาเข็มตอกได้
-โครงสร้างรองรับเสาเข็มลอย (Floating Foundation): ใช้ในองค์ประกอบที่อยากกระจัดกระจายน้ำหนักในพื้นที่ที่มีการทรุดตัว

ข้อดีของฐานรากลึก
-สามารถรองรับน้ำหนักขององค์ประกอบขนาดใหญ่ได้
-เหมาะสำหรับพื้นที่ดินอ่อนหรือดินที่มีการทรุด
-เพิ่มความมั่นคงให้กับโครงสร้างในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง

จุดด้วยของโครงสร้างรองรับลึก
-ค่าครองชีพสูงขึ้นมากยิ่งกว่าฐานรากตื้น
-ใช้เวลาแล้วก็เทคนิคเฉพาะสำหรับในการก่อสร้าง
-จะต้องอาศัยการสำรวจดินอย่างรอบคอบเพื่อคุ้มครองปกป้องปัญหาที่บางทีอาจเกิดขึ้น

🛒👉✨การเลือกฐานรากที่เหมาะสม

การเลือกประเภทของรากฐานขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น น้ำหนักของโครงสร้าง ภาวะดิน รวมทั้งสภาพแวดล้อม การสำรวจดิน (Soil Investigation) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ช่วยทำให้วิศวกรสามารถประเมินแล้วก็เลือกโครงสร้างรองรับได้อย่างเหมาะควร โดยขั้นตอนการเลือกมีดังนี้:

การคาดคะเนน้ำหนักส่วนประกอบ:
จำต้องพิจารณาถึงน้ำหนักขององค์ประกอบและการใช้แรงงาน ดังเช่น อาคารพักอาศัย โรงงาน หรือสะพาน
การวิเคราะห์สภาพดิน:
กระทำเจาะตรวจสอบดินและก็ทดสอบคุณลักษณะของดิน ยกตัวอย่างเช่น ความแน่น ความแข็งแรง และก็การซึมผ่านของน้ำ
สภาพแวดล้อม:
พินิจพิเคราะห์สาเหตุที่อาจส่งผลต่อฐานราก ได้แก่ แรงสั่นสะเทือน น้ำท่วม หรือดินกระหน่ำ
ความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ:
เลือกฐานรากซึ่งสามารถรองรับในสิ่งที่ต้องการแล้วก็งบประมาณ

📢📌👉แบบอย่างการใช้แรงงานในการก่อสร้าง

ที่พัก:
ใช้โครงสร้างรองรับแผ่หรือโครงสร้างรองรับแถบ เหตุเพราะน้ำหนักของโครงสร้างไม่มาก รวมทั้งภาวะดินมีความแข็งแรง
อาคารสูง:
ใช้เสาเข็มเจาะหรือเสาเข็มตอกเพื่อรองรับน้ำหนักขององค์ประกอบและเพิ่มความมั่นคงยั่งยืน
สะพาน:
ใช้โครงสร้างรองรับเสาเข็มลึกเพื่อกระจัดกระจายน้ำหนักของโครงสร้างไปยังชั้นดินป้อมปราการคง
โรงงานหรือคลังสินค้า:
ใช้โครงสร้างรองรับแผ่นหรือเสาเข็มตามรูปแบบของน้ำหนักบรรทุกและภาวะดิน

📢✨🦖ข้อสรุป

การเลือกจำพวกของโครงสร้างรองรับที่สมควรถือเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับเพื่อการสร้างความยั่งยืนและความปลอดภัยให้กับโครงสร้าง โครงสร้างรองรับตื้นเหมาะสำหรับโครงสร้างขนาดเล็กรวมทั้งดินที่มีความแข็งแรง ขณะที่รากฐานลึกเหมาะสำหรับโครงสร้างขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่ดินอ่อน การวิเคราะห์ภาวะดินและก็การออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิศวกรรมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้แผนการก่อสร้างเสร็จได้โดยสวัสดิภาพแล้วก็ยั่งยืน

วิธีการทำความเข้าใจส่วนดีส่วนเสียของฐานรากแต่ละชนิดจะช่วยให้สามารถตัดสินใจเลือกฐานรากได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งช่วยลดการเสี่ยงในระยะยาวของส่วนประกอบในภายภาคหน้า
Tags : มาตรฐาน การทดสอบความหนาแน่นของดิน